อาชญากรไซเบอร์ยังนิยมโซเชียลฯ-อีเมล์ขยะ เติบโตกว่า 89%
ไซแมนเทค รายงานสถานการณ์อีเมล์ขยะประจำเดือนมิ.ย. เผยอีเมล์ขยะครองพื้นที่มากกว่า 89% ของอีเมล์ทั้งหมด ขณะที่ผู้ก่อการร้ายยังคงพัฒนาวิธีขโมยข้อมูลและลวงความลับชาวอินเทอร์เน็ต อย่างต่อเนื่อง…
เมื่อเร็วๆ นี้ นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิคอาวุโส บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชัน จำกัด เปิดเผยสถานการณ์อีเมล์ขยะ ประจำเดือนมิ.ย.2553 ว่า ขณะนี้ ปัญหาอีเมล์ขยะคิดเป็น 89.81% ของปริมาณอีเมล์ทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย.ที่ 89.22% ในยุคที่คนจำนวนมากให้ความนิยมเครือข่ายสังคมออนไลน์ สแปมเมอร์จึงพยายามใช้ประโยชน์จากความนิยมบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค และสร้างอีเมล์ขยะรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ประเทศแถบยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นแหล่งต้นกำเนิดของอีเมล์ขยะมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก
แม้อีเมล์ ขยะจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อนเื่อง แต่ปัญหาฟิชชิ่งกลับปรับตัวลดลงประมาณ 9% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีเว็บไซต์ฟิชชิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือแบบอัตโนมัติคิดเป็นสัดส่วน 12% ของฟิชชิ่งทุกประเภท ลดลง 3% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ฟิชชิ่งประเภท URL ยังมีสัดส่วนลดลง 10% ขณะที่ บริการเว็บโฮสติ้ง 93 รายถูกลอบใช้เพื่อสร้างฟิชชิ่ง คิดเป็น 11% ของปัญหาฟิชชิ่งโดยรวม ถือเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 6% นอกจากนี้ เว็บฟิชชิ่งที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษยังคงมีสัดส่วนใกล้เคียงตัวเลขเดิม โดยภาษาที่พบสูงสุดยังคงเป็นภาษาฝรั่งเศสและอิตาเลียน โดยเว็บฟิชชิ่งที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสจะมีเป้าหมายด้านอี-คอมเมิร์ชและบริการ ธนาคารออนไลน์ ส่วนเว็บฟิชชิ่งภาษาอิตาเลียนจะมุ่งเน้นที่บริการธนาคารออนไลน์
นาย นพชัย กล่าวต่อว่า จากแนวโน้มที่น่าสนใจในเดือนมิ.ย. พบว่าอีเมล์ขยะยังคงมุ่งเป้าไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์ค เนื่องจากความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทำให้สแปมเมอร์นิยมส่งข้อความแจ้งเตือนจากเว็บไซต์โซเซียลเน็็ตเวิร์ค ผ่าน Important Notification เพื่อให้ผู้ใช้อ่านข้อมูลเพิ่มเติม โดยสแปมเมอร์ก็จะเชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์อื่นที่สร้างขึ้น ซึ่งไม่ใช่เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์คที่แท้จริง อาทิ อีเมล์เชิญชวนปลอม , การรวมบัญชีผู้ใช้ , การแสดงความเห็น และการใส่แท็กรูปภาพ นอกจากนี้ ยังมีสแปมเมอร์ที่มุ่งขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เมื่อผู้ใช้ตกหลุมพรางคลิกอ่านข้อความดังกล่าว ก็จะได้รับอีเมล์ขยะจำนวนมากก่อกวนการใช้งาน หรือก่อให้เกิดปัญหาการติดต่อสื่อสารผ่านอีเมล์ ด้วยรูปแบบการทำงานเหมือนไวรัสเมลิสซา ที่โจมตีผู้ใช้เอาต์ลุค Outlook ด้วยการส่งอีเมล์อันตรายออกจากโปรแกรมโดยอัตโนมัติไปยังรายชื่ออีเมลต่างๆ ของผู้ใช้โดยไม่รู้ตัว
นอกจากนี้ อาชญากรไซเบอร์ยังมีกลวิธีในการหลอกลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยวิธีต่างๆ ได้แก่ การติดตั้งแอพพลิเคชัน ข้อความแจ้งเตือน แบบสอบถามปลอม หรือฟิชชิ่งโจมตีผู้ใช้บัตรเดบิตการ์ด ฯลฯ ส่วนปัญหาอีเมล์ขยะในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 จะเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เหตุการณ์หรือข่าวร้อน วันหยุดสำคัญ และขยะโซเชียลเน็ตเวิร์ค ขณะเดียวกัน อีเมล์ที่ไม่ระบุหัวข้ออีเมล์ และอีเมล์ขยะที่ใช้หัวข้อ Amazon.com Deal of the Day กำลังเป็นที่แพร่หลาย โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 50% จากเดือนเม.ย.
ที่ปรึกษาทางเทคนิค อาวุโส ของไซแมนเทค กล่าวด้วยว่า ในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ควรคลิกหรือคัดลอกลิงก์จากอี เมล์มาใช้งาน ควรพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงกลลวงของอาชญากรไซเบอร์.
โดย ไทยรัฐออนไลน์