เด็กอเมริกันด่าครูบนเฟซบุ๊กเป็นคดี

เคเธอรีน อีแวนส์ นักเรียนชั้นมัธยมปลายอายุ 19 ปี ซึ่งเคยอยู่ที่โรงเรียนในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ถูกสั่งพักการเรียน หลังจากที่เธอเขียนวิพากษ์วิจารณ์ครูของเธอในเฟซบุ๊ก

เรื่องนี้ขึ้นสู่ศาล ซึ่งศาลได้พิพากษาปกป้อง เคเธอรีน ว่าไม่ผิด เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2007 ที่โรงเรียนเพมโบรค ไพนส์ชาร์เตอร์ ไฮสคูล โดยนางสาวเคเธอ รีน อีแวนส์ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านและเข้าไปทำเฟซบุ๊ก โดยขึ้นหัวข้อว่า “มิสซาราห์ เฟล์ฟส์เป็นครูที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบ” แถมมีรูปของมิสซาราห์ด้วย และบรรยาย ต่อไปว่า “สำหรับนักศึกษาเฉพาะที่มีความ  ไม่พอใจ มิสซาราห์หรือรู้จักครูคนนี้ว่ามีพฤติกรรมที่ผิดปกติและที่นี่คือแหล่งที่ พวกเราจะแสดงความรู้สึกที่เกลียดชังครูคนนี้”

หลังจากที่เคเธอรีน ได้รับ 3 คอมเมนต์ที่ทั้งวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบและแง่บวกเธอก็รีบถอดหน้านี้ออกจาก เฟซบุ๊ก

ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อ ปีเตอร์ เบเยอร์หลังจากได้รับทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งพักการเรียนของสาวเคเธอรีน ทันที 3 วัน เคเธอรีน อีแวนส์ เป็นเด็กนักเรียนเกียรตินิยม ข้อหาที่ได้รับคือ มีพฤติกรรมที่รบกวนและก้าวร้าวต่อครูผู้สอนด้วยไซเบอร์ นอกจากนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนยังถอดเธอออกจากห้องเรียนเกียรตินิยมมาเป็น ห้องเรียนแบบธรรมดา

แต่หลังจากนี้เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลได้พิพากษา ยกคำร้องของผู้อำนวยการโรงเรียนว่าฟังไม่ขึ้น และให้ดำเนินคดีต่อผู้อำนวยการโรงเรียนต่อไปข้อหาลุแก่อำนาจ

นายแมธธิว บาวาโร ทนายความของสาวเคเธอรีน ต้องการสู้คดีนี้ต่อ เพียงเพื่อปกป้องเคเธอรีน และให้มีการลบบันทึกประวัตินักเรียนที่เธอได้กระทำไปออกจากสารบบ และช่วยปกป้องสิทธิของนักเรียนด้วย

ผู้เชี่ยวชาญคดีทางด้านอินเทอร์เน็ตก็ต่างจ้องคดีนี้ว่าจะจบลงอย่างไร โดยทนายความของสำนักกฎหมายแห่ง แสตนฟอร์ดได้กล่าวว่า

“เรามีรัฐธรรมนูญที่มีคุณค่าเพราะสามารถที่จะปรับปรุงให้เข้ากับความเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยีและสังคมได้ดี” และรัฐธรรมนูญก็ปกป้องเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็นของ น.ส.เคเธอรีน อีแวนส์” โดยผู้พิพากษา แบรี่ กาเบอร์ ได้กล่าวว่า “คำพูดของเคเธอรีน อีแวนส์นั้น  อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ความเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับครูเมื่อถูกพิมพ์ออกไปนอกรั้วโรงเรียน ไม่ลามกและไม่มีการข่มขู่ ไม่หยาบคาย และไม่มีคำใดที่ส่อว่าผิดกฎหมาย หรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย”

ส่วนทนายของเด็กสาวกล่าวว่า     “เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าผู้บริหารโรงเรียนกระทำการเกินกว่าเหตุ อันควร” ทนายกล่าวว่า “นักเรียนไม่มีความต้องการที่จะเสาะหาความร่ำรวยจากการฟ้องร้องในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่ต้องการให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจไม่สามารถลงโทษเรื่องการแสดงความเห็นและคำพูดที่ออกไปนอกห้อง เรียนได้ เพราะความเห็นนั้นไม่ได้สื่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือส่อถึงความประพฤติที่เป็นอันตราย”

“การปรับสัก 3,400 บาท เพื่อให้ผู้มีอำนาจลงโทษรู้ว่าที่เขาทำไปนั้นผิดก็เพียงพอแล้ว และทั้งนี้จะได้เป็นการปกป้องสิทธิของเคเธอรีน อีแวนส์ด้วย”

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้โทรศัพท์ไปถามความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียนปรากฏ ว่าไม่มีการรับสายโทรศัพท์

ท่านผู้อ่านพิจารณาว่าเมื่อคดีนี้เข้าสู่ศาลฎีกาแล้วจะจบลงอย่างไร ส่วนผมไม่ใช่ศาลครับ.

รองศาสตราจารย์
ดร.บุญมาก  ศิริเนาวกุล
มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

ที่มา เดลินิวส์

Advertisement